[ N O R ] M I N... さんのプロフィールTell me why What the mea...フォトブログリストその他 ツール ヘルプ

ブログ


7月7日

ความฝันคู่ขนาน

 
ช่วงนี้ครายอ่านมายเป๊ซกุก็อย่าแปลกจัยนะ หากกุมีเรื่องหนักๆอะไรมาเขียน จิงๆไม่ได้อยากเขียนเรื่องหนักหรอกนะ แต่เขียนเพราะมันอยากจะเขียน งงมะเนี่ย -_-"
 
นักปัดยาเมธีหลายคน(ครายบ้างฟะ) พูดถึงเรื่องความฝันของคน บางคนบอกว่าคนเรามีชีวิตอยู่เพื่อความฝัน บางคนบอกว่าความฝันทำให้คนเรามีชีวิตอยู่ (อ้าว แล้วมันต่างกันไงวะ ห่านี่ )
 
กุเองก็มีฟามฝัน แต่มะได้ฝันเปียก กลุนาอย่าเอามารวมเปงเรื่องเดียวกัน แบร่  
 
ฝันแรกสุดของกุเลยตั้งแต่เด็กๆ กุอยากเป็นนักเขียนกาตูน เพราะกุอ่านทีไรแล้วกุมีความสุข ได้หัวเยาะเราะไปกับมัน แม้กุจะเกือบตายเพราะกาตูนก็ตาม เนื่องจากตอนนั้นกุแดกทอฟฟี่เม็ดเท่าควายอยู่ในปาก พร้อมกับนอนอ่านกาตูนโดเรม่อนไปด้วย มีตอนนึงกุขำก๊ากทั้งที่ควาย เอ้ย ทอฟฟี่เม็ดเท่าควายยังอยู่ในปากนั่นแหละ ทอฟฟี่ม่างติดคอกุ เกือบตายห่าไปแล้ว สงสัยนรกยังไม่ต้อนรับกุมั้ง เป็นคนดีเกินอะไรงี้ ก๊าซซซ  สุดท้ายฝันนี้ก็ล่มสลายลงด้วยคำพูดที่ว่า นักเขียนกาตูนไส้แห้ง !
 
หลังจากนั้นฝันที่สองของกุอยากเป็นนักวิดทะยาสาดดด (แต่ตอนนี้กุได้แต่โดนบักเพื่อนกุเรียกว่า ไอ้สาดดดดดด อยู่เสมอๆ ภูมิจัยดีมั้ยวะ) กุอยากช่วยเหลือโลกอ่ะ กุอยากเก่งแบบไอสไตน์ แต่กุก็ไม่ฉลาดพอที่จะทำแบบเขาได้ กุทำได้แค่ทรงผมเหมือนไอสไตน์เท่านั้นแล (สังเกตรูปลักนี้ได้หลังกุตื่นนอน ตอนกุไปฝึกงานที่ออฟฟิศกุก็ไม่เคยหวีผมสาบานได้ ไปแม่งงั้นแหละ ไม่ได้ไปจีบสาวที่หนายแน่หว่า 555 เอ๊ะ แต่ถึงไปจีบกุก็ไม่เคยหวีผมไปเหมือนกันนะ) ความฝันการนักวิดยาสาดดด กุก็ล่มสลายเพราะสุดท้ายกุมารู้ว่ากุแม่งโง่เลข กับเคมี และฟิสิก เห้ๆ
 
ฝันอีกครั้งของกุอยากเป็นสะ-ถา-ปัด เนื่องจากสมัยก่อนกุวาดลูบเก่งมากกก (ไม่เชื่ออ่ะเด๊) กุเคยได้ลางวันชมเชยของกรมอนามัยโลกตอนอยู่ป.5 ได้รางวัลที่ 1 วาดภาพวันคริสมาสที่ร.ร.ปานะพันธ์ตอนกุอยู่ม.5 อีกเช่นกัน ได้ที่ 2 วาดภาพพระอภัยมณีตอนวันสุนทรภู่สมัยกุอยู่ม.1 สุดท้ายฝันนี้ก็เฟลไปอีกเนื่องจากกุโง่เลข และตอนนั้นคิดว่าสะ-ถา-ปัด แม่งตกงาน กุทำได้แต่ปัด-รัง-ควาน มาจนถึงทุกวันนี้ เหอๆ (รวมทั้งหากอยู่ว่างๆก็ปัดรังแคบนหัวกุเล่นด้วย )
 
ฝันครั้งต่อมากุอยากเป็นนักจิดวิดทะยา ไม่รู้คิดเหี้ยอะไรของกุตอนนั้นกุอยู่แค่ม.2 เอง กุไปซื้อหนังสือเกี่ยวกับจิตตะสาดมาอ่านเยอะมาก ปัจจุบันเป็นไงคับ ----> กองแม่งไว้ตรงนั้นแหละ แถมทำให้กุแม่งประสาทแดกไปพักนึง อาการนี้จะกำเริบขึ้นอยากมีอะไรกระทบกระเทือนจิตจัยกุ ดังนั้น ครายก็ตามอย่าทำให้กุโกดนะคับ ฮี่ๆ ขู่ไว้ก่อน )
 
ปัจจุบันนี้ กุก็ยังมีความฝันหลงเหลืออยู่ และกุคิดว่าบางทีฝันคงเป็นความฝันครั้งสุดท้ายของกุแล้ว แต่มันแปลกตรงที่ว่ามันเป็นความฝันคู่ขนาน...
 
คือทักสิน(แม๊ว)อะไรวะ "ฝันคู่ขนาน"
 
พูดง่ายๆคือฝันแห่งความโลภของกุงั้ย กุฝันอยากที่จะเป็นอยู่ 2 อย่างในเวลาเดียวกัน ซึ่งความฝันนี้ไม่สามารถมาบรรจบกัน
 
ฝันคู่ขนานขบวนแรก กุอยากเป็นผู้ช่วยฯ หลายคนที่ไม่ได้เรียนกฎหมายอาจงงว่าไอ้ห่ามึงเรียนจบทั้งปินยาตรี (แถมเกียรตินิยมด้วย - ขอโม้หน่อย เหอๆ)ทั้งเนติบันดิต ฝันอยากเป็นแค่ผู้ช่วย ผู้ช่วยหอยอะไรวะ ผู้ช่วยเลขานุการอ๊ะป่าว กุบอกว่า ไอ้สัด กุพูดไปมึงก็ไม่เข้าใจหรอกเพราะหากจะทำให้เมิงเข้าใจกุต้องมานั่งอธิบายพระธรรมนูญศาลให้มึงฟัง ซึ่งกุขี้เกียจ กุบอกว่าเอางี้แล้วกัน กุอยากเป็นศาล แม่งเสือกบอกว่าเออ แด๋วกุเอาศาลพระภูมิมาตั้งบ้านมึงหั้ย กุบอกเอาตั้งไว้บนหัวแม่เมิงเหอะ สาดดดดดด สรุปง่ายๆคำว่า ผู้ช่วยฯในที่นี้ คือ ผู้ช่วยผู้พิพากษา นะกั๊บ พูดง่ายๆคือถ้าสอบผู้พิพากษาได้ เขาจะเรียกคุณว่า ผู้ช่วยฯ (คือผู้พิพากษาฝึกงานนั่นแล) ซึ่งเป็นศัพท์ที่รู้กันของนักกฎหมาย ในตอนแรกคุณจะเป็นแค่ผู้ช่วยผู้พิพากษา ไม่ได้เป็นผู้พิพากษาเต็มตัว (อ่าว แล้วอีกครึ่งตัวหายไปไน๋วะ?) คุณจะเป็นผู้พิพากษาเต็มตัวก็ต่อเมื่อได้รับโปรดเกล้าฯจากในหลวงท่าน โดยในขั้นต่อไปจะเรียกคุณณว่า ผู้พิพากษาประจำศาล กว่าจะมาเป็นผู้พิพากษาประจำศาลได้ คุณต้องเป็นผู้ช่วยฯประมาณ 3 ปี (ตามกฎหมายปัจจุบัน) จึงจะได้รับโปรดเกล้าฯเป็นผู้พิพากษาประจำศาล ซึ่งจะมีผลให้คุณทำงานได้ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ อันเป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติยิ่ง เพราะขนาดอำนาจอธิปไตยอีก 2 อย่าง คือในทางบริหาร(นายกฯ) กับนิติบัญญัติ(ประทานสภาผู้แทนฯ) ก็ไม่ได้ทำงานในฐานะพระปรมาภิไธยนะคับ
 
ฝันคู่ขนานขบวนที่สอง กุอยากเป็นอาจารย์สอนกฎหมาย ฝันนี้เกิดขึ้นตอนที่ว่ากุได้บังเอิญไปเป็นติวเตอร์ให้กับเด็กร.ร.เซนโยเซฟตอนแวนต์ด้วยความบังเอิญและมีโชคเมื่อประมาณกุอยู่ปี 3 ต้นๆ (ช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 47) ตอนนั้นเด็กที่เรียนกับกุมีอยู่ 2 คนคือ น้องเจ กับน้องอุ้ม โดยติวเพื่อให้น้องเขาไปแข่งตอบปัญหากฎหมายในระดับมัธยมปลาย ส่วนน้องอุ้มที่จะสอบตรงเข้ามธ.ก็ได้ทวนไปด้วย และต่อมาก็มีเด็กมาเรียนกับกุเพิ่มมากขึ้น มีน้องเบนซ์ น้องเบน น้องจอย น้องพิ้ง น้องพลอย น้องแป้ง น้องเบล น้องบุ๊ก น้องแซน น้องกิ๊ฟ น้องกวาง น้องกิ๊ง น้องรัตน์ น้องยีน น้องแอร์ น้องหวาน (หากขาดใครไปก็ขออภัยด้วย) ทุกครั้งที่กุเห็นน้องเขาประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะได้รางวัลจากการแข่ง หรือสอบเข้านิติทำมะสาด หรือนิติจุลาได้ และทำให้น้องเขารักในวิชากฎหมายได้ กุมีความภูมิใจอย่างมากมันเหมือนกับว่ากุมีส่วนร่วมในความสำเร็จของเขาแม้จะไม่มาก แต่กุก็แอบดีจัยและภูมิใจอยู่ข้างหลังทุกครั้ง ทำให้กุคิดว่าการเป็นอาจารย์นี่มันก็ไม่เลวเหมือนกันนะ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นแม้เราไม่ได้ทำเอง แต่น้องๆพวกนี้ทำให้กุแทนแล้ว (สมัยกุอยู่ม.ปลายกุไม่เคยไปแข่งตอบปัญหาแบบนี้ รวมทั้งไม่มีโอกาสแม้จะสอบตรงเข้านิติทำมะสาด เพราะเกรดกุไม่ถึง) กุอยากเป็นอาจารย์ถึงขนาดที่ว่าเมื่อช่วงประมาณต้นปี 50 ที่ผ่านมา กุเองก็ถึงขนาดบากหน้าไปที่รามคำแหงคุยกะจารย์รังสรรค์ (อธิการบดี) เพื่อที่จะขอสมัครเป็นอาจารย์ อาจารย์รังสรรค์เขาบอกว่า ตอนนี้เขารับพวกจบป.โทแล้ว จบเนติฯอย่างเดียวเขาไม่รับ กุก็ล้มหน้าหงายหัวกระแทกพื้นเลือดออกไป 3.5 ลิตรกลับมาชนิดที่หมอศันยะกำมือหนึ่งยังหน้าซีดเป็นเผือกทอดเมื่อเห็นพยาธิสภาพกุ -_-"
 
นั่นคือหมายความว่า ความฝันของกุทั้งสองขบวนไม่อาจไปด้วยกันได้ หากกุฝันจะเป็นผู้ช่วยฯ กุก็จะไม่ได้เป็นอาจารย์ หากกุเป็นอาจารย์กุก็จะไม่ได้เป็นผู้ช่วยฯ และในตอนนี้มันถึงเวลาที่กุจะต้องตัดสินใจเลือกฝันใดฝันหนึ่ง นั่นก็คือฝันแรก กุถึงขนาดที่จะไม่เรียนโทและก็จะไม่ขอทำงาน(ซึ่งคนที่บอกทางเลือกนี้ก็คือพ่อของกุเอง) เนื่องจาก ถาเรียนโทไปในตอนนี้กุจะต้องทำวิทยานิพนธ์ตอนกุกุอายุปามาน 25 พอดี ซึ่งตอนนั้นอายุงานรวมทั้งอายุตัวกุเองก็จะครบพอที่จะสอบผู้ช่วยฯได้พอดี ซึ่งกุต้องการสมาธิในการอ่านหนังสือรวมทั้งคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นอย่างมากในการสอบ และกุก็คงจะไม่ได้ทำงานเพื่อที่จะทุ่มเทให้กับการอ่านหนังสืออย่างเดียว (มีรุ่นพี่กุคนนึงคือพี่มิก เคยพูดให้ฟังบอกว่าคุณก็สอบเป็นศาลให้ได้สิ แล้วก็สร้างผลงานทางวิชการดีๆ แด๋วมหาลัยก็ดึงคุณไปสอนเป็นอาจารย์พิเศษเองแหละ - ขอบคุณที่ชี้แนะนะก๊าบ)
 
แต่อย่างไรก็ตามแม้ในตอนนี้กุจะเลือกฝันแรกแล้ว แต่กุเองก็อยากที่จะมีส่วนร่วมในฝันที่สองของกุด้วย แม้จะไม่ใช่อาจารย์สอนกฎหมายในหมาลัยก็ตาม กุจึงตัดสินใจที่จะโทรไปหาน้องรัตน์เพื่อให้น้องรัตน์ลองไปถามพวกน้องๆเซนโยว่ามีครายอยากเรียนกฎหมายบ้างแม้จะเพื่อสอบตรง หรือเพื่อไปแข่งตอบปัญหา หรือแค่อยากรู้เฉยๆ กุก็อยากที่จะมาสอนให้ ซึ่งในตอนนี้น้องๆหลายคนก็ตอบรับที่อยากจะเรียน ซึ่งหากกุได้กลับไปสอนจริง กุเองก็อยากจะบอกพวกน้องๆเหล่านั้นว่า
 
 "ขอบคุณนะกั๊บที่ทำให้ความฝันของพี่เป็นจริงอีกครั้ง"
 
 
 
p.s. มีคำคมของนักปาดยุคโซเครติสมาบอกกล่าว มีว่า
 
 
" When I fail , I promises I will be strong more past "
 
 
แปลเป็นไทยได้ดังนี้
 
 
" ทุกครั้งที่ผมลื่นล้ม ผมสัญญากับตัวเองว่าผมจะกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม "
 
 
เท่าที่ค้นดูในเอกสารปะหวัดสาดพบชื่อของคนที่กวีขึ้นคือ
 
 
Norapath Namwong
 
 
(มันยุคโซเครติสตรงไน๋วะเนี่ย)
 
 
ขอมอบคำคมนี้แด่เรื่องราว
 
 
It 's still fucking in my mind